บ้านของฉัน-ประกายตา
posted on 02 Nov 2008 17:49 by sheandherฉันมันคนไกลบ้าน
ตลอดช่วงชีวิตในวัยรุ่นย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ตอนต้นขณะนี้ ฉันก็ยังไม่ได้อยู่ที่บ้าน
บ้านเกิดของฉัน อยู่ทางเหนือของประเทศ
เมืองที่ใครๆ เค้าก็บอกว่า สงบเงียบ อากาศดี ผู้คนใจดี
ตั้งแต่จำความได้ ฉันย้ายบ้านมา 3 ครั้ง
ตอนเล็กๆ บ้านฉันอยู่ในอาณาบริเวณของบ้านพักข้าราชการอำเภอในตัวเมือง เพราะตาของฉันเป็นภารโรงอยู่ที่นั่น พวกเราก็เลยอาศัยอยู่ที่นั่นกันมา จนกระทั่งตาฉันเสียไป เราก็ยังอยู่ บ้านไม้ที่มีใต้ถุนมืดๆ เป็นปูนเปลือย มีระเบียงหน้าบ้าน ก่อปูนเป็นขั้นบันใด บริเวณบ้านมีต้นฉำฉา (ภถาษากลางเค้าเรียก ต้นจามจุรีใช่มั้ย) ต้นใหญ่มากๆ อยู่หน้าบ้าน ฉันมักจะวิ่งเล่นแถวนั้นประจำ
เรา... ฉันหมายถึงครอบครัวของฉัน ประกอบไปด้วย แม่ , ยาย , น้าสาว และ น้องชายลูกน้าอีกคน อยู่ด้วยกันภายในบ้านหลังนี้ ตอนเด็กๆ ฉันมักจะชอบไปนอนกับยาย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อาจจะเพราะกลิ่นหอมของปลอกหมอนมันละมุนกว่าที่ห้องแม่มั้ง แต่พอโตมา ฉันก็ไปนอนกับแม่อยู่ดี..... เราอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มาจนกระทั่งฉันขึ้นป. 3 เราก็มีบ้านของตัวเอง
แต่ก่อนหน้านั้น ที่เราจะย้ายไปอยู่บ้านของตัวเองที่ไกลจากในเมืองออกไป เราต้องไปอยู่บ้านเช่าก่อน ประมาณ 3 เดือนได้ รอให้บ้านใหม่เราสร้างเสร็จแบบสมบูรณ์ ที่บ้านเช่า อยู่ในตัวเมืองเช่นกัน แต่เป็นคล้ายๆ ทาวเฮ้าส์ เป็นปูนทั้งหลัง ที่นี่ ฉันไม่ค่อยมีความทรงจำอะไรมากนัก ด้วยระยะเวลาที่น้อยนิด
จนฉันขึ้นป. 4 เราก็ได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ของเรา
บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังสีขาว ชั้นครึ่ง มีระเบียงหน้าบ้านเป็นสีฟ้า มีอาณาบริเวณให้เราพอที่จะปลูกไม้ยืนต้นได้บ้าง ใต้ถุนบ้านที่ปิดทึบ มีประตูเล็กๆ ให้เข้าไปได้ แต่ฉันก็ไม่ค่อยเข้าไปหรอก มันทั้งมืดและน่ากลัวสำหรับเด็กอย่างฉัน จะมีก็แค่บางครั้ง ที่ต้องเข้าไปตามหมาแมวที่บ้านซึ่งหนีไปหลบร้อนข้างใน
ตัวบ้านประกอบไปด้วย ห้องนอนถึง 5 ห้อง เรียกว่า หนึ่งคนต่อหนึ่งห้องไปเลย แต่พอเอาเข้าจริงๆ ห้องที่ได้นอนจริงๆ ก็มีแค่ห้องของแม่ ของน้า ของยาย และ ของน้องชายเท่านั้น ส่วนห้องของฉัน ก็เอาไว้เก็บเสื้อผ้า และ ของจุกจิก เท่าที่จำได้ ห้องนั้น ไม่เคยมีเตียงนอนเลย เพราะฉันยกเอาเตียงไปไว้ที่ห้องแม่และนอนกับแม่มาตลอด จนถึงทุกวันนี้ ถ้าได้กลับบ้าน ฉันก็ยังคงนอนกับแม่เหมือนเดิม... ไม่รู้สิ ถึงแม้บางครั้ง ในช่วงเวลาของชีวิตก็อยากอยู่ส่วนตัวบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยคิดแยกห้องนอนจากแม่เลย
ในละแวกนั้น เวลานั้น ฉันว่า บ้านฉันสวยที่สุดแล้ว... ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ไกลออกมาจากตัวเมืองพอสมควรก็ตาม พื้นที่ใกล้ๆ เป็นที่ดินเปล่าๆ มีคนมาเช่าทำการเกษตรเป็นบางครั้ง ฉันชอบก็ตรงนี้ล่ะ บางฤดู ก็มีคนมาปลูกมันเทศบ้าง ปลูกมันแกวหัวโตๆ สีขาวบ้าง หรือ กระทั่งปลูกอ้อย หรือ ข้าวโพด และฉันก็ไม่พลาดที่จะไปป่วนโดยการไปช่วยพี่เค้าทำสวนทำไร่ !!!
บางครั้งฉันในวัย 10 ปี ก็ยกจอบหนักๆ ไปขุดมัน และก็หลายต่อหลายครั้งที่ทำให้หัวมันสวยๆ ถูกฟันฉับไปซะตรงกลางหัว แต่กระนั้น ฉันก็มักจะได้พืชผลทางการเกษตรติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ .... แน่ละ หัวมัน หรือ ข้าวโพดที่ไม่สมบูรณ์ ใครเค้าอยากจะเอาไปขายล่ะ
กลับมาถึงในตัวบ้าน รอบๆ บริเวณบ้านฉัน ปลูกต้นไม้ไว้หลายต้น ทั้งพวกที่เป็นไม้ดอกและ ไม้ผล เท่าที่จำได้ก็คือ มะม่วง ชมพู่ กระท้อน น้อยหน่า แก้วมังกร มะนาว มะละกอ กล้วย (ที่ว่ามาทั้งหมดปลูกอย่างละต้น ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน หมายถึง พอชนิดไหนตาย ก็ปลูกชนิดใหม่) พวกไม้ดอกก็มี แต่ไม่ค่อยจะมีดอกให้ชื่นชมเท่าไหร่ แต่ปัจจุบัน ยายฉันขยันปลูกกล้วยไม้มาก ถึงขั้นว่า สร้างห้างร้าน สำหรับปลูกกล้วยไม้ บางต้นก็มีแต่ใบ แต่บางต้น เมื่อออกดอกมาก็อยู่นาน ประดับเสาไม้ให้ดูสวยไปเลย
อย่างที่บอกว่า เนื่องจากบ้านฉันอยู่ไกลจากตัวเมือง ตอนประถม ฉันก็ต้องนั่งรถรับจ้างไปโรงเรียน จนกระทั่งมัธยมปลาย ฉันถึงได้ขับมอเตอร์ไซด์ไปเรียน ด้วยระยะทางที่ไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ทำให้ฉันต้องตื่นแต่เช้า ขับรถฝ่าลมหนาวไปเรียน ยิ่งหน้าหนาวยิ่งแล้วใหญ่ ไม่อยากจะพูดถึงว่า บางครั้ง ทั้งเสื้อกันหนาว และ กระโปรง ถึงขั้นชื้นน้ำค้างเลยทีเดียว แต่ฉันก็ชอบนะ อากาศเย็นๆ ได้เห็น สายหมอกริ้วขาวๆ ริมทาง บรรยากาศที่คนเมืองกรุงถวิลหา
และนั่นทั้งหมด คือ บ้านของฉันในปัจจุบัน
ถามต่อว่า แล้วบ้านของฉันที่วาดฝันไว้ สำหรับตัวเองล่ะ มีมั้ย?
ก็มี... บ้านที่ฉันใฝ่ฝันอยากให้เป็น ก็คงเป็นประมาณหลังเล็ก ๆ มีห้องไว้ให้ฉันวาดรูป อ่านหนังสือ หรือ ทำกิจกรรมที่อยากทำ ส่วนห้องนอนก็คงต้องไปนอนกับแม่เหมือนเดิม ... :)
คงมีนะ ในสักวันหนึ่ง ...